บทที่ 12 ช้อปปิ้ง

“อ้าว พี่คิดว่าเราจะไปที่ห้างเลย” ชายหนุ่มไม่รู้ว่าน้องสาวนัดเพื่อนไว้เขาคิดว่าจะไปที่ห้างเลยจะได้ชวนมัสหยาดูหนังก่อนแล้วค่อยกลับมาซื้อของแต่คงผิดแผนแล้วล่ะ

“ไปค่ะ แต่แวะไปรับนายไผ่ก่อนค่ะ” สุปรียาสาวตอบพี่ชายก็เธอบอกแล้วว่าอย่ามาก็ไม่เชื่อแล้วเป็นไงล่ะนายไผ่มันยิ่งหวงเพื่อนอยู่ด้วยก็พี่พันของเธอเจ้าชู้ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่มีสาวๆมาหาถึงไร่ไม่ซ้ำหน้ากันจึงทำให้นายไผ่คอยเป็นกันพันแสงออกจากมัสหยามาตลอด

“พี่พันจะไปธุระก่อนก็ได้นะคะ แล้วตอนบ่ายก็มารับพวกเราที่ร้านนายไผ่ค่ะ” หญิงสาวไม่อยากให้เพื่อนรักกับพันแสงมีปัญหาจึงบอกชายหนุ่มให้เขาไปทำธุระของเขาก่อน

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับน้องหย๋า งั้นพี่ไปส่งที่ร้านเพื่อนของเราแล้วบ่ายๆจะมารับนะปรียา” พันแสงไม่ขัดเพราะเขาก็ไม่อยากเจอหน้าเพื่อนน้องสาว

เมื่อถึงร้านกาแฟของพงษ์พัฒน์สองสาวก็ลงจากรถแล้วขอบคุณพันแสงที่มาส่งแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนในร้าน

“หวัดดียัยเด็กดอย วันนี้ว่าเหรอถึงพากันเข้าเมืองน่ะ” นายไผ่ทักทายเพื่อนรักทั้งสองที่เดินเข้ามาหาและหยอกเหย้าเล็กน้อย

“หวัดดีย่ะ พ่อคนเมืองทำไมร้านแกมีแต่สาวๆอ่ะไผ่ ดูสิปรียาอุส่าห์จะมานั่งส่องหนุ่มๆสักหน่อยน่ะ เซ็งเลย” สุปรียามองไปรอบๆร้านกาแฟ เพื่อนของเธอเนื้อหอมจริงๆทั้งร้านมีแต่สาวๆหาหนุ่มๆได้ยากจริง

“ก็คนมันหล่อน่ะสิแก นี่ๆไอ้หย๋าแกมาดูนี่สิหลานแม่นายของแกมีข่าวลงนิตยสารดังด้วยนะแก” พงษ์พัฒน์ยื่นนิตยสารหัวนอกให้มัสหยาดูรูปหนุ่มนักธุรกิจชื่อดังที่ประมูลเครื่องเพชรของแบนรด์ดังได้ในราคาสูงลิ่วยืนเคียงคู่นางแบบที่ใส่เครื่องเพชรชุดที่ชายหนุ่มประมูลได้

“ก็เรื่องของเขาสิ เงินแค่นี้ไม่กระเทือนเขาหรอกแก” มัสหยาดูแล้วเมินหน้าหนีไม่สนใจนิตยสารเล่มนั้นอีก

“คนมีเงินทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดหรอก ดูสิหย๋าเงินประมูลเขาเอาไปทำบุญด้วยนะมิน่าล่ะถึงได้หล่อเอารวยเอานะ” สุปรียาปลื้มลูเซียโนอยู่แล้วแม้ไม่เคยเจอจังๆแต่ก็แอบเห็นตอนเขามาเที่ยวไร่แม่นายแต่ก็นานมาแล้ว

“พอแล้วปรียาแกไม่คอแห้งหรือไง หย๋าขอน้ำมะม่วงปั่นนะไผ่เร็วๆด้วย” เมื่อเห็นมะม่วงวางเรียงรายเต็มตู้จึงนึกอยากจะกิน

“ฉันขอกีวี่ปั่นนะไผ่” ปรียาบอกเพื่อนแล้วก้มหน้าอ่านรายละเอียดข่าวของลูเซียโนแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนเจ้าของร้านหมั่นไส้เพื่อนรักที่ปลื้มหนุ่มหล่อแล้วนั่งคุยกันสักพักทั้งสามก็พากันไปกินข้าวกันที่ห้างหรูที่เดินไปไม่ถึงสองร้อยเมตรจากร้านกาแฟของพงษ์พัฒน์

“พวกแกจะกินอะไรดีล่ะ” ชายหนุ่มคนเดียวถามเพื่อนสาวทั้งสองเพราะเขากินอะไรก็ได้

“หย๋าอยากกินเอ็มเคได้ป่ะปรียา” เธอไม่ได้กินมานานแล้วปกติที่ไร่พี่แตงก็ทำสุกี้ บาร์บีคิว หรือหมูย่างเกาหลี ให้กินอยู่บ่อยๆ วันนี้เธออยากกินเป็ดเอ็มเคมากกว่า

“แกบอกว่าอยากกินเป็ดเอ็มเคก็จบแล้วหย๋า ไปสิฉันก็อยากกินเหมือนกัน” พงษ์พัฒน์ผู้รู้ใจเพื่อนทั้งสองเป็นอย่างดีเดินนำไปทันที หนึ่งหนุ่มหล่อกับสองสาวสวยเดินไปด้วยกันจึงเป็นจุดสนใจ

“นี่พวกแก ดูนั่นสิใครเอ่ย” พงษ์พัฒน์ชี้ไปในร้านกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังให้เพื่อนทั้งสองดู

“อ้าว พี่พันนี่มากับใครอ่ะไผ่” สุปรียาชะโงกหน้าเข้าไปดูก็เห็นจี้ดหรือจิดาภาเพื่อนสมัยเรียนของเธอที่ใช้เต้าไต่จนได้เป็นดาราตัวประกอบเล็กแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีงานแสดงจึงมาเฉิดฉายที่บ้านเกิดเพราะอย่างน้อยก็อยู่ในสังคมไฮโซเชียงใหม่ก็พ่อแม่ของเธอเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังในเชียงใหม่เหมือนกัน

“ยัยจี้ดคู่กัดแกกับไอ้หย๋าไงล่ะ” พงษ์พัฒน์ตอบเพื่อนสาว

“เฮ้ย มาเจอกันได้ยังไงวะ ไม่ได้การแล้วฉันจะไปกันพี่พันก่อนพวกแกไปรอที่เอ็มเคเลยเดี๋ยวฉันตามไป” สุปรียาบอกเพื่อนทั้งสองเพื่อจะไปกันจิดาภาจากพี่ชาย

“ไม่เอาน่าปรียา แกปล่อยพี่พันไปเถอะน่ารู้อยู่ว่าพี่ชายแกก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ” เพราะอย่างนี้ไงทำให้พงษ์พัฒน์ไม่ชอบพันแสงที่มาเกาะแกะกับมัสหยา ต่อหน้าก็ดีแต่ลับหลังควงสาวไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน

“แต่ปรียาไม่ชอบยัยจี้ดอ่ะ” เธอบ่นไปจนถึงร้านเอ็มเคเมื่อถูกเพื่อนหิ้วปีกคนละข้างไม่ให้ไปยุ่งกับพี่ชาย

“นั่งลงแล้วสั่งอาหารมากินจบนะปรียา

” พงษ์พัฒน์บอกเพื่อนสาวที่ยังฮึดฮัดไม่พอใจพี่ชายที่ไปยุ่งกับคู่อริของเธอสมัยเรียน

“โอเค งั้นเอานี่ นี่และนี่” เธอก็จิ้มลงตามที่ตัวเองชอบ

“หย๋าเอาเป็ดย่างจานใหญ่ หมี่หยก เอาชุดใหญ่เลยมั้ยพวกแก” จากนั้นทั้งสามก็ลืมเรื่องพันแสงกับจิดาภาคู่อริเก่าของเธอกับมัสหยาเมื่ออาหารวางอยู่เต็มโต้ะต่างก็เลือกของที่ตัวเองชอบกินลงหม้อแล้วแย่งกันกินอย่างสนุกสนาน

“โอ้ย ท้องหย๋าจะแตกแล้วอ่ะ อิ่มมากจริงๆ” สาวสวยน่ารักที่ตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆที่มากินเอ็มเคกับเพื่อนกับแฟนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ลูบท้องตัวเองอย่างน่ารัก

“นี่ไอ้หย๋าแกรักษามารยาทหน่อยได้มั้ย เป็นผู้หญิงมันไม่งามนะ” พงษ์พัฒน์ได้ทีอบรมเพื่อนสาวที่ไม่ค่อยเป็นกุลสตรีกับเขาเลยออกจะห้าวเกินไปแล้ว

“ค่า คุณพ่อไผ่นู๋หย๋าจะจำไว้ค่า” มัสหยาตอบเพื่อหนุ่มที่ชี้หน้าเธอที่ล้อเลียนเขาที่ชอบทำตัวเหมือนพี่ชายที่ดูแลน้องๆมากกว่าเพื่อนแล้วไม่มีท่าทีชอบเธอหรือสุปรียาตอนแรกเธอยังนึกว่าเพื่อนเป็นสาวแตกแต่โดนนายไผ่งอนไปหลายวันเลยเหมือนกัน

“แกก็เป็นซะอย่างนี้ ถ้าไปอยู่กับแม่เลี้ยงวันนาสักเดือนหนึ่งรับรองว่าแกเป็นกุลสตรีเต็มตัวแน่ไอ้หย๋า” เพื่อนหนุ่มพูดถึงแม่ตัวเองที่เข้มงวดขนาดเขาเป็นผู้ชายยังโดนเลยดีที่มีน้องสาวอีกสองคนและมาอยู่ที่ร้านจึงรอดตัว

“แค่แม่นายกับยาย หย๋ายังโดนทุกวันเลยไม่ต้องถึงแม่วันหรอกไผ่” เธอพูดถึงแม่นายกับยายด้วยรอยยิ้มมัสหยาไม่เคยคิดน้อยใจโชคชะตาของเธอที่เกินมาอาภัพทั้งพ่อทั้งแม่ เธอมีตากับยายเป็นพ่อแม่และแม่นายแม่บี๋ลุงเรนทุกคนที่รักและหวังดีกับเธอ แต่ก็มีบ้างบางเวลาอยากเจอแม่เจอพ่อสักครั้งเพื่อจะถามว่ารักเธอบ้างไหมปล่อยให้เธอเกิดมาทำไมในเมื่อไม่สนใจเลี้ยงดูปกป้องดูแล

“อิ่มกันแล้วใช่ไหมเราจะได้ไปช้อปปิ้งสักที วันนี้คงดูหนังไม่ทันแล้วล่ะ” สุปรียายกนาฬิกาขึ้นดูแล้วบอกเพื่อนทั้งสองก็มัวแต่เมาท์มอยกัน

“ไม่เป็นไรนี่นาเอาไว้คราวหน้าเราก็มาดูกันก็ได้ เออ ลืมบอกไปอาทิตย์หน้าหย๋าจะไปอิตาลีนะไผ่” หญิงสาวบอกเพื่อนรัก

“จริงเหรอหย๋า แล้วแกไปกับใครไปทำไมไปนานมั้ย” พงพัษ์พัฒน์ถามหลายคำถามด้วยความอยากรู้

“ไปกับเขมน่ะ แม่นายให้ไปศึกษางานที่ไร่ของเพื่อนแม่บี๋ไปสิบวันเอง” หญิงสาวตอบเพื่อน

“ค่อยยังชั่วที่แกมีลูกน้องไปด้วย อย่าลืมของฝากก็แล้วกัน” พงษ์พัฒน์ทวงของฝากตั้งแต่เพื่อนยังไม่ได้เตรียมตัวไปอิตาลี

“โหเกินไปแล้วนายไผ่ หย๋ายังไม่ได้ไปเลยถามหาของฝากเลยนะยะ”

“ไปซื้อของกันเถอะ มัวแต่คุยกันเดี๋ยวเราจะกลับถึงไร่ค่ำนะหย๋า” สุปรียาบอกเพื่อนทั้งสองที่เมาท์กันสนุก จากนั้นก็ไปเดินซื้อของใช้และของแห้งไปให้พี่แตงที่เขียนมายาวเป็นหางว่าว

“โอ้โห้ นี่พี่แตงแกซื้อไปขายเหรอหย๋าทำไมมันเยอะอย่างนี้ล่ะ” สุปรียาถามเพื่อนที่เห็นโพยของแม่ครัวที่สั่งซื้อของ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป